กินอย่างไร...ชะลอวัยสาว 40+ |
ตอนเป็นวัยรุ่น จะกินจะดื่มอะไรที ก็ไม่ต้องพิถีพิถัน จะอดนอนซัก 2 คืน อดข้าวเช้า ข้าวกลางวันบ้างก็ไม่เห็นร่างกายจะผิดปกติ หรือแสดงอาการอะไร...

แต่พอเริ่มก้าวเข้าสู่เลข 3 เท่านั้นแหละ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผา ก็เริ่มจะรับไม่ไหว ผิวพรรณที่เคยสดใส เปล่งปลั่งก็เริ่มจะเหี่ยวย่น หย่อนคล้อยไปตามกาลเวลา
จนเมื่อก้าวเข้าสู่หลัก 4 ความเสื่อมของร่างกายยิ่งปรากฏให้เห็นเด่นชัด นอกจากจะเป็นแหล่งรวมของสารพัดโรคแล้ว สิ่งหนึ่งที่บรรดาสาวๆส่วนใหญ่ทนไม่ได้คือ ความสาวที่บอกลาเราไปแบบติดสปีดนั่นเอง
ในปัจจุบันผู้บริโภคอาจได้รับข้อมูลหรือ สูตรการกินอาหารเป็นพันๆสูตรทั้งง่ายบ้างยากบ้าง เพื่อให้เรามีสุขภาพแข็งแรง มีร่างกายที่สมส่วน แต่สำหรับ พญ. อัจจิมา เธอกลับมีสูตรสำเร็จสำหรับการรับประทานอาหารอย่างถูกวิธี เพียงสั้นๆง่ายๆว่า "กินอย่างสมดุล"
คุณหมอบอกว่า บางคนอยากผอมก็อดอาหาร ออกกำลังกายอย่างหักโหม ซึ่งการทำเช่นนั้นเป็นการทำร้ายร่างกาย เพราะการมีร่างกายที่สมส่วน คือการกินอย่างสมดุล ไม่มากไปหรือน้อยไป แต่ต้องเพียงพอกับความต้องการของร่างกายที่จะใช้ในการสร้างพลังงานและซ่อม แซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย โดยหลักการรับประทานอาหารของคุณหมอคือ กินอาหารให้ครบทุกมื้อ (สำหรับคุณหมอประกอบด้วย 5 มื้อด้วยกัน คือ มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น และของว่างระหว่างมื้อเช้าและมื้อเที่ยง) โดยเฉพาะมื้อเช้าที่หลายคนอาจมองข้าม แต่คุณหมอกลับให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะในช่วงที่เราหลับเป็นเวลา 8-10 ชั่วโมง ร่างกายของเราจะขาดสารอาหาร ดังนั้นพอตื่นเช้าขึ้นมา ร่างกายจึงต้องการกลูโคสเข้าไปเลี้ยงสมอง? รวมทั้งสารอาหารประเภทโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต เพื่อผลิตสารไปกระตุ้นให้สมองสร้างสืบประสาทเพื่อทำให้ร่างกายตื่นตัวตลอด ทั้งวัน
คุณหมอยังบอกอีกว่า นอกจากจะกินอาหารให้ครบทุกมื้อแล้ว ยังต้องครบทุกหมู่ด้วย และถ้าจะให้ดีควรกินอาหารที่เป็นวัตถุดิบ คือไม่ผ่านการดัดแปลงหรือแปรรูปมากนัก ไม่ว่าจะเป็นการปรุงโดยใช้ความร้อนสูงๆ หรือการปรุงแต่งรสชาติให้มีรสจัดเกินไป เพราะจะเป็นการทำลายระบบย่อยและระบบดูดซึมของร่างกาย ซึ่งปัจจุบันเราจะพบว่ามีผู้ป่วยโรค "ไส้รั่ว" มากขึ้น ซึ่งเป็นภาวะที่ก้อนอาหารที่รับประทานเข้าไปหลุดไปยังส่วนต่างๆ ดยไม่ผ่านกระบวนการย่อยและดูดซึมโดยลำไส้ ให้เป็นโมเลกุลเล็กๆ หรือภาวะกรดไหลย้อน เกิดผื่นแดงหรือแพ้อาหารที่กินเป็นประจำ
นอกจากนี้ ยังควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย อย่ากินอะไรซ้ำซากเป็นประจำทุกมื้อ เพราะหากกินซ้ำซากจะเกิดภาวะ?ภูมิแพ้อาหาร? มีลักษณะคล้ายอาการดื้อยา และร่างกายก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน
ข้อมูลจาก : ไทยรัฐ
By : aviance |
 |
| คำถามที่: 00513@24/02/10 08:21 |
โดย: aviance* |
|
|